ฎีกาชาวบ้าน ล้อมรั้วกระแสไฟฟ้า เจตนาฆ่าหรือป้องกัน

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของการล้อมรั้วกระแสไฟฟ้า เพื่อป้องกันทรัพย์สิน ในบ้านเรือน โรงงาน โรงเก็บของ เรือกสวนไร่นา กระทั่งมีคนได้รับบาดเจ็บหรือกระทั่งเสียชีวิต

ในกรณีดังกล่าว ในแง่ของกฎหมายแล้ว กรณีใดที่จะเข้าข่ายเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกรณีใดที่จะเป็นการเจตนาทำร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องพิจารณา ข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆไป โดยอาจแยกได้เป็น 3 กรณีคือ
๑.ผิดตามปอ. มาตรา ๒๙๐ เจตนาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย
มาตรา ๒๙๐ ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
ดังเช่น ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2528
การที่ ส. ผู้ตายได้เข้าไปในบริเวณบ่อปลาของนายจ้างของจำเลยเพื่อจะเกี่ยวหญ้า ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิทำร้ายผู้ตายได้เมื่อจำเลยขึงลวดไว้ภายในรั้วลาดหนามที่ล้อมรอบบริเวณบ่อเลี้ยงปลาของนายจ้างและปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปตามลวดนั้นผู้ตายมาถูกสายไฟฟ้าของจำเลยเข้าถึงแก่ความตาย ถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290

๒. ผิดมาตรา ๒๙๐ ประกอบมาตรา ๖๙ ป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรแก่เหตุ
มาตรา ๖๙ ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ นั้น ถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6490/2548

แม้ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะเข้าไปในบริเวณบ่อปลากัดของจำเลยเพื่อลักปลากัด ซึ่งถ้าจำเลยพบเห็นจำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดที่ล้อมรอบบ่อปลากัดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ส่วนทรัพย์สินของจำเลยเป็นเพียงปลากัดมีมูลค่าไม่มากนัก การปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าเส้นลวดกับการป้องกันทรัพย์สินของจำเลยย่อมไม่เป็นสัดส่วนกัน เมื่อผู้ตายถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดดังกล่าวดูดถึงแก่ความตาย
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรกว่าเหตุตาม ป.อ. มาตรา 69
๓. เป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ผิดกฎหมาย
มาตรา ๖๘ ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1923/2519

โรงเก็บของของจำเลยอยู่ในบริเวณสวนของจำเลยมีรั้วต้นพู่ระหงปลูกเป็นแนวเขตจำเลยเก็บของอันมีค่าเช่นเครื่องยนต์สูบน้ำและอุปกรณ์อื่นๆไว้ทรัพย์สินที่จำเลยเก็บไว้ในโรงเก็บของเคยถูกคนร้ายลักไปในตำบลที่เกิดเหตุมีคนร้ายชุกชุม
จำเลยเอาเส้นลวดขึงที่โรงเก็บของและปล่อยกระแสไฟฟ้าจากบ้านไว้เพื่อป้องกันคนร้ายผู้ตายกับพวกอีก ๓คนบุกรุกเข้าไปที่โรงเก็บของในเวลาวิกาลโดยเจตนาจะลักทรัพย์ ในมือผู้ตายมีเหล็กไขควง 1 อันแต่ผู้ตายไปถูกเส้นลวดที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ถึงแก่ความตายเสียก่อนมิฉะนั้นผู้ตายกับพวกย่อมลักทรัพย์ของจำเลยไปได้นับได้ว่าภยันตรายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สินของจำเลยใกล้จะถึงแล้วถ้าจำเลยไปพบเห็นเข้าจำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายกับพวกเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลยได้
ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด

หมายเหตุ รายการฎีกาชาวบ้าน เป็นรายการกฎหมายใกล้ตัว เข้าใจได้ง่าย ดำเนินรายการโดย นายโอภาส เพ็งเจริญ คอลัมนิสต์สัพเพเหระคดี หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และนางสาวเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน ออกอากาศทุกวันอังคาร ทาง www.matichon.co.th

 

ที่มา มติชนออนไลน์

 

บทความก่อนหน้านี้ฎีกาชาวบ้าน : ฆ่าโดยไตร่ตรอง…พฤติกรรมแบบไหนถึงเข้าข่าย ?
บทความถัดไปหนุ่มสระบุรี ปลูกชวนชมเล่นๆ กลายเป็นงานสร้างเงิน