ฎีกาชาวบ้าน : “ถอยรถชนคันอื่น ทำไมถึงต้องยึดรถ”

การริบทรัพย์ในคดีอาญา

จากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ บัญญัติ ว่า ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

ขณะเดียวกัน ใน มาตรา ๓๓ บัญญัติว่า ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ
(๑) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ
(๒) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด
เว้นแต่ ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด

ทั้งนี้ มีคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องดังนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6736/2558
รถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ขับในขณะเมาสุรา และขับรถหลบหนีด้วยความเร็วสูงโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ถือเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้องโดยตรงอันพึงริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2380/2539
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์แข่งในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึดรถยนต์ดังกล่าวเป็นของกลางเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยว่ารถยนต์ ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดศาลมีอำนาจพิพากษาริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา33(1)
หมายเหตุ : รายการฎีกาชาวบ้าน เป็นรายการกฎหมายใกล้ตัว ออกอากาศทาง www.matichon.co.th
นายโอภาส เพ็งเจริญ คอลัมนิสต์สัพเพเหระคดี หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และนางสาวเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ที่มา มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้นวัตกรรมเสื้อฝนนักปั่น ยังไงก็ไม่เปียก
บทความถัดไปฎีกาชาวบ้าน : ดูต้นทางวงไพ่ ผิดอะไร?