“ข้าวต้มมัด เนินขุมทอง” ชู 8 ไส้ เป็นได้ทั้งคาว-หวาน


“ข้าวต้มมัด” ขนมจากภูมิปัญญา แต่ปัจจุบันหาคนทำทานยาก ด้วยเพราะกระบวนการจัดเตรียมตลอดจนกรรมวิธีผลิตมีขั้นตอนมากมาย ไหนจะสูตรการปรุงให้อร่อยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำคัญคือต้องใช้ระยะเวลานับครึ่งค่อนวันกว่าจะแล้วเสร็จ

สรุปคือ ซื้อมาทานน่าจะเป็นวิธีที่สะดวกกว่า

800-1,000 มัด

เปิดตลาดปลีก-ส่ง

            ห้างหุ้นส่วนจำกัดข้าวต้มมัดเนินขุมทอง คือแบรนด์ที่เลือกลงมือทำจำหน่ายอย่างจริงจัง ด้วยเพราะเห็นโอกาสและเข้าใจคนยุคนี้ที่สะดวกซื้อมากกว่าทำทานเอง จนกระทั่งมียอดขายวันละ 800-1,000 มัด

คุณศุภานิชณ์ บุญสุวรรณ์ หรือคุณใหม ผู้สืบสานธุรกิจรุ่นที่ 3 เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากคุณยายชอบทำขนม และกับเมนูข้าวต้มมัดก็ทำบ่อยครั้ง จนสมาชิกในบ้านงติดใจรสชาติ และเห็นพ้องให้นำไปวางขายในร้านอาหารของบุตรสาว

            “เมนูนี้เป็นสูตรที่คุณยายทำทานอยู่แล้ว แต่พอลูกสาวของคุณยาย (คุณน้า) เปิดร้านอาหาร จึงนำไปวางขายที่ร้าน พอลูกค้าได้ทานก็ชอบ จึงมีออร์เดอร์เข้ามามากขึ้นๆ ซึ่งตอนนั้นคุณแม่เข้ามาสานต่อ และท่านก็เริ่มคิดไส้อื่นๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อชูความต่าง และใส่ความเป็นใต้เข้าไปด้วย”

จากเริ่มต้น ไส้กล้วย ซึ่งถือเป็นไส้พื้นฐาน ต่อมาเพิ่มเติมไส้ เผือกกวน , ถั่วกวน-ไข่เค็ม , ธัญพืช , กุ้ง-มะพร้าว , ใบเตย , ไก่-เห็ดหอม , คั่วกลิ้งไก่ นอกจากนั้นยังมี ข้าวต้มมัดข้าวเหนียวดำไส้กล้วย และต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยอง-ไข่เค็ม จึงอาจเรียกได้ว่า ข้าวต้มมัดเนินขุมทอง เป็นได้ทั้งอาหารหวาน-คาว

ทายาทรุ่นที่สาม ยังกล่าวย้อนไปถึงยอดขายวันเริ่มต้นธุรกิจประมาณ 50 มัดต่อวัน จนกระทั่งขยับเข้าสู่หลักร้อย ซึ่งตอนนี้ราว 800-1,000 มัด โดยมีสัดส่วนขายปลีก 50  เปอร์เซ็นต์กับราคาขายมัดละ 15 บาท และที่เหลือขายส่ง จำนวน 100 มัดขึ้นไป ราคามัดละ 13 บาท โดยไส้กล้วยยังคงเป็นไส้นิยม จึงต้องผลิตออกมาครึ่งหนึ่งของจำนวนผลิตทั้งหมด

คุณศุภานิชณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงต้นทุนต่อมัดราว 12 บาท ฉะนั้นการขายจึงต้องเน้นจำนวนมาก “ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง เพราะต้องซื้อวัตถุดิบทุกอย่าง อย่างใบตอง จะมีผู้ตัดนำมาส่งให้ โดยจะใช้ใบตองของกล้วยตานี กับกล้วยป่า ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่

มองตลาดให้ไกล

แช่แข็งส่งได้ทั่วโลก

ปัจจุบันข้าวต้มมัดเนินขุมทอง จัดเป็นสินค้าของฝากจากอำเภอหาดใหญ่อีกรายการหนึ่งที่มีผู้นิยมซื้อไปฝาก แต่ด้วยวิธีทำสด ระยะเวลาเก็บรักษาจึงอยู่ได้ไม่นาน เหตุนี้คุณศุภานิชณ์ จึงคิดหาทางยืดอายุด้วยกรรมวิธีแช่แข็ง โดยได้ทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลา

“ตอนนั้นเข้าไปพูดคุยขอคำปรึกษากับทางมหาวิทยาลัยสงขลา และได้ตกลงทำวิจัยร่วมกัน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง โดยทุนการทำวิจัยอยู่ที่หลักแสนบาท ซึ่งตอนนี้ถือว่าทำออกมาสำเร็จแล้ว และได้เปิดตัวครั้งแรกในงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ก็ถือว่าผลตอบรับดี

นอกจากนั้นยังมองเห็นโอกาส โดยเฉพาะกับตลาดต่างประเทศ วางแผนว่าจะส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เนเธอแลนด์ สวีเดน และประเทศทางแถบตะวันออกกลางซึ่งถือว่าโอกาสดีมาก

ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ของเราจึงต้องไม่มีเนื้อหมูเข้ามาเกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมกับการยื่นขอตราสินค้า ทั้ง ฮาลาล , อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) และเครื่องหมาย จีเอ็มอี ซึ่งขณะนี้รอให้โรงงานแล้วเสร็จ”

            สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อกับตลาดต่างประเทศ ได้แก่ คนไทยซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น และปัจจุบันชาวต่างชาติ เริ่มให้ความสนใจทานขนมไทยมากขึ้น

ทั้งนี้คุณศุภานิชณ์ ยังกล่าวถึงกลุ่มลูกค้าปัจจุบันนิยมซื้อข้าวต้มมัดในรูปแบบแช่แข็งไปทาน คือ กลุ่มคนทำงานบนเรือเป็นเวลานานๆ

            “ตลาดต่างประเทศถือว่ามีโอกาสดี แต่ว่า ตลาดไทยก็เป็นตลาดที่เติบโตได้อีกไกล ตอนนี้จึงขอมุ่งตลาดในประเทศให้กว้างกว่านี้ แต่ในส่วนของแช่แข็ง เราทำออกมาเพราะมองเห็นอนาคตตลาดต่างประเทศและในพื้นที่ๆ ต้องการ แต่ว่าอยู่ไกล”

กระซิบถามถึงวัตถุดิบนำมาผลิต อย่าง ข้าวเหนียว คุณศุภานิชณ์ ว่า ต้องใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากแหล่งปลูกภาคเหนือ โดยจะสั่งซื้อจากจังหวัดเชียงราย ส่วนกระบวนการปรุงรสไม่ใส่สารกันบูด จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจความปลอดภัย

กับการทำธุรกิจมาจนถึงวันนี้ 10 ปีแล้ว คุณศุภานิชณ์ ว่า ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์จัดได้ว่ามีโอกาสก้าวไปสู่ความเติบโตได้อีก เพราะเท่าที่สำรวจตลาด พบว่าาคู่แข่งที่ทำจริงจังน้อยราย  แต่กระนั้นก็ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนา อย่างในส่วนของไส้ ก็มีโอกาสเพิ่มเติม เพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค

            สำหรับผู้สนใจต้องการลิ้มรส ข้าวต้มมัด เดินทางไปได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัดข้าวต้มมัดเนินขุมทอง เลขที่ 11 ซอยหมู่บ้านเนินขุมทองวิลเลจ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 โทร. 080-545 0122 , 084 – 691 6720 

////////////////