เคล็ดลับ 11 ข้อ ทำธุรกิจอย่างไรให้ ราบรื่น ไม่มีสะดุด แม้เผชิญกับโควิด-19

เปิดเคล็ดลับ 11 ข้อ ทำธุรกิจอย่างไรให้ ราบรื่น ไม่มีสะดุด แม้เผชิญกับโควิด-19

จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกล่าสุด ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อสังคม ธุรกิจ และการดำเนินชีวิต หลายคนเกิดความวิตกกังวล ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ ทำยอดได้น้อยลง บางธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจนถึงขั้นอาจต้องปิดกิจการถาวร

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่ทุกองค์กรต้องตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่อง วิธีคิด ที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร เพื่อเป็นภูมิต้านทาน เป็นวัคซีนป้องกันภัยจากภายนอก โดย เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้แชร์ 11 แนวคิดดีๆ ในการทำธุรกิจช่วงโควิดไว้ ดังนี้

  1. ปรับตัวให้ไว

มองวิกฤตในครั้งนี้ ให้เป็นพลังบวก หรือเอาบทเรียนจากครั้งก่อน มาวางแผนใหม่ อาจค้นหาแนวทางใหม่ จากการศึกษาจากธุรกิจอื่นๆ นำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ และครั้งนี้ เราก็ต้องฝ่าฟันไปได้เช่นครั้งที่ผ่านมา

  1. วางแผนตอนนี้ยังไม่สาย

สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ไม่ใช่วิกฤตแรกที่หลายๆ ประเทศเพิ่งได้พบเจอ ดังนั้น จึงยังไม่สาย หากเราจะลงมือวางแผน เพื่อพาธุรกิจฝ่าอุปสรรคต่างๆ และยืนหยัดต่อไป

  1. เปลี่ยนแปลงองค์กร

หนึ่งในการปรับตัวที่ดีในยุคนี้ คือ การจัดหาทีมงานรองรับการตลาดออนไลน์ เช่น คนตอบแชตเพจร้าน หรือ พนักงานขับรถส่งของ เพื่อเตรียมแผนรับวิกฤตและวิเคราะห์การปรับเปลี่ยนองค์กรและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปให้เหมาะสม

  1. เปลี่ยนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาว่าวิกฤตครั้งนี้ การจะลงทุนอะไร ควรอยู่ในความสามารถของธุรกิจ ไม่ประมาท หรือเลือกใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น และคุ้มค่าที่สุด จะได้ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับสถานการณ์ความเสี่ยง หรือความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

  1. ให้ความสำคัญเรื่อง Service Mind

เวลานี้ ใครๆ ก็เข้ามาขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์กันทั้งนั้น แม้จะขายของประเภทเดียวกัน แต่ถ้าเราดูแลลูกค้า ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมหรือที่เรียกว่าการสร้าง Royalty และคงปริมาณยอดขายเอาไว้ให้ได้ ก็จะทำให้เราสามารถพยุงธุรกิจก้าวข้ามวิกฤตไปได้เหมือนกัน

  1. บริหารจัดการวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ

เจ้าของกิจการ ควรวางแผนการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ให้วัตถุดิบสูญเปล่า เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะไม่มีใครรู้ ว่าวิกฤตในครั้งนี้ จะจบลงเมื่อใด

  1. พัฒนาธุรกิจให้เติบโต

องค์กรจะก้าวหน้าต้องมีองค์ประกอบที่ดีหลายส่วนรวมกัน และสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การพัฒนาพนักงานที่มีประสิทธิภาพ อาจจะพัฒนาคนที่มีอยู่ให้มีทักษะความรู้ครอบคลุมการทำงานมากขึ้น เมื่อมีกำลังคนรออยู่ วันใดที่วิกฤตจบลง ก็สามารถลุกขึ้นยืนได้เร็วนั่นเอง

  1. เปลี่ยนช่องทางการขาย

เมื่อการขายหน้าร้าน หรือ ออฟไลน์ ไม่ใช่คำตอบในยุคนี้ การหันมา ขายออนไลน์ ถือเป็นช่องทางการเพิ่มโอกาสและเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าใครจะทำธุรกิจใด ล้วนแล้วแต่หันมาสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์กันแทบทั้งสิ้น เพราะเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ดีและเข้าถึงลูกค้าที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอีกวิธีหนึ่ง

  1. ลงทุนกับเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุน Work From Home

เมื่อเกิดวิกฤตการณ์แบบนี้ บางบริษัทไม่มีการเตรียมพร้อมกับเครื่องมือที่สามารถทำงานร่วมกันได้ในระยะไกล ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมที่ไว้ใช้สำหรับทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหลากหลาย ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการและพนักงานทำงานร่วมกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

  1. ปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือหาวิธีใหม่ๆ

ในการขายหรือโปรโมตสินค้า ต้องทำให้ตอบโจทย์และความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด เพื่อดึงดูดและกระตุ้นยอดขายนั่นเอง

  1. แบ่งปันและช่วยเหลือ

การแบ่งปันและช่วยเหลือ ก็ถือเป็นวิธีที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤตการณ์แบบนี้ได้เหมือนกัน เพราะเมื่อทุกภาคส่วนในสังคมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราก็จะอยู่รอดและฟื้นตัวไปด้วยกัน นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดี อยากสนับสนุนและหันมาใช้สินค้า/บริการของเราได้อีกด้วย

 

บทความก่อนหน้านี้ผู้ถือหุ้นแบงก์ทีเอ็มบี อนุมัติเปลี่ยนชื่อเป็น ทีเอ็มบีธนชาต (ttb)
บทความถัดไปเริ่มพรุ่งนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ปรับเวลาเปิด-ปิด ห้าง-ร้านสะดวกซื้อใหม่