เจาะโอกาสเติบโตของ ‘ร้านถูกดี มีมาตรฐาน” ร่วมพัฒนากับเคแบงก์ ให้เป็นร้านสะดวกซื้อของชุมชน

แต่ไหนแต่ไร ร้านโชห่วยถือเป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนในพื้นที่มักจะรู้จักกับผู้คนในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างดี และด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ยังสามารถแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ง่ายอีกด้วย

น.ส.จิณณ์วิภา สืบนุช เจ้าของร้านจิณณ์วิภา ถูกดี มีมาตรฐาน ตั้งอยู่ที่ ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม เล่าว่า ตัดสินใจเปลี่ยนร้านโชห่วยของครอบครัวให้เป็นร้าน ถูกดี มีมาตรฐาน ได้ราว 1 ปีครึ่งแล้ว เพราะเชื่อมั่นในภาพลักษณ์แบรนด์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มคาราบาว กรุ๊ป

ผลของการปรับเปลี่ยนร้าน ทำให้ธุรกิจเติบโตด้วยดี ปัจจุบันร้านจิณณ์วิภาสามารถทำรายได้เฉลี่ย 25,000-30,000 บาทต่อวัน มากกว่าในอดีตที่ขายได้เพียง 5,000 บาทต่อวันเท่านั้น และมีลูกค้าในละแวกใกล้เคียงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“ด้วยระบบร้านถูกดีฯ ที่สำนักงานใหญ่วางไว้ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเงินการบัญชี มาตรฐานต่างๆ ภายในร้าน ทำให้ร้านทันสมัย ดึงดูดให้ลูกค้าเห็นแล้วอยากแวะซื้อของมากกว่าเดิม และยังมีฝ่ายช่วยคิดโปรโมชั่นใหม่ๆ ช่วยดึงดูดลูกค้าเป็นประจำทุกเดือน โดยที่เราไม่ต้องดำเนินการเอง”

ส่วนกลยุทธ์ใหม่ของร้านถูกดีฯ ที่ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย โดยจะทำให้ร้านถูกดีฯ เป็นเสมือนสาขาที่ให้บริการของธนาคารกสิกรไทย จะช่วยทำให้คนในชุมชนได้ใช้บริการการเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น โอนเงิน จ่ายบิลต่างๆ น.ส.จิณณ์วิภา เชื่อว่า ความน่าเชื่อถือของทั้ง 2 บริษัท จะช่วยสร้างความไว้วางใจแก่ผู้คนได้มากขึ้นว่า การทำธุรกรรมทางการเงินที่ร้าน จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะทุกคนต่างต้องทำธุรกรรมการเงินเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว รวมถึงกลุ่มคนที่ประสบกับปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งต่อไปถ้ามีบริการขอสินเชื่อได้ที่ร้านถูกดีฯ โดยไม่จำเป็นต้องไปที่สาขาธนาคาร จะเป็นผลดีกับร้านด้วย เพราะทำให้มีลูกค้ามาที่ร้านเยอะขึ้น เมื่อมาที่ร้าน ลูกค้าก็จะซื้อของกลับไปเสมอ 

“ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น อยากเปลี่ยนร้านโชห่วยให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว คนที่ยังมีไฟในการทำงาน ก็อยากให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นอีกตัวเลือกในการพิจารณา”

ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นอีกธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายใต้การนำของนายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ในกลุ่มคาราบาวกรุ๊ป คอนเซ็ปต์ของร้านเป็นการยกระดับมาตรฐานร้านค้าปลีกในชุมชนให้ทันสมัยด้วยความรู้ และเทคโนโลยีการบริหารจัดการร้าน โดยเจ้าของร้านเป็นคนในชุมชนให้เป็นร้านสะดวก​ซื้อชุมชนสมัยใหม่ ที่สนิทใจลูกค้า เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และมุ่งแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายมาโดยตลอด กับแนวคิด “กินแบ่ง ไม่กินรวบ” โดยถือเป็นร้านสะดวกซื้อชุมชนที่เติบโตเร็วที่สุด ปัจจุบันมีจำนวนร้านที่เปิดแล้วกว่า 5,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

เพราะต้องการมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน จึงทำให้ธนาคารกสิกรไทย หรือ เคแบงก์ จึงได้ร่วมลงทุนกับ “บริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว” เป็นมูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท

 

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า ชุมชนนอกตัวเมืองในจังหวัดต่างๆ เป็นพื้นที่ที่ลูกค้ามีความต้องการใช้บริการการเงิน บางส่วนไม่มีบัญชีเงินฝาก ไม่มีหลักฐานการเงินที่ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และเป็นพื้นที่ที่สาขาของธนาคารยังเข้าไม่ถึง การร่วมลงทุนกับ “บริษัทในกลุ่มธุรกิจ คาราบาว” เป็นยุทธศาสตร์ของธนาคารที่ตั้งใจพัฒนาร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในวงจรของ “ร้านถูกดี มีมาตรฐาน” ตั้งแต่เจ้าของร้าน คู่ค้า ชาวบ้านในชุมชน สามารถจับจ่ายใช้สอยและใช้บริการการเงินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ง่ายขึ้น สร้างรายได้หมุนเวียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน โดยมีแผนดำเนินการกับร้านถูกดี มีมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ 

  1. ส่งเสริมศักยภาพของร้านถูกดี มีมาตรฐาน มีการใช้เทคโนโลยีระบบการชำระเงินต่างๆ 
  2. เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค้าขาย 
  3. เป็นจุดให้บริการธุรกรรมการเงิน ที่ใช้ในชีวิตประจำวันกับคนในชุมชน อาทิ ให้บริการถอนเงิน จ่ายบิล เป็นต้น

ด้านนายเสถียร มั่นใจว่า บริษัทไม่ได้มองเพียงการเข้ามาพัฒนาและปรับร้านถูกดี มีมาตรฐาน ให้มีความทันสมัยเท่านั้น แต่วางเป้าหมายให้ร้านถูกดีฯ เป็นเสมือน “แพลตฟอร์ม”และ “โครงข่าย” ที่เชื่อมโยงกันเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนทั่วประเทศ และเชื่อมต่อผู้ผลิต และผู้ให้บริการต่างๆ ที่คนในชุมชนเคยเข้าถึงได้ยาก อาทิ บริการทางการเงิน, เป็นจุดรับส่งสินค้าในชุมชน, บริการสินค้าทางการเกษตร ฯลฯ โดยเฉพาะในชุมชน หมู่บ้านที่ห่างไกล ที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังเข้าไม่ถึง โดยตั้งเป้าให้ “ร้านถูกดี มีมาตรฐาน” เป็นร้านสะดวกซื้อในชุมชนตอบโจทย์และเพิ่มความสะดวกให้คนในชุมชน ทำให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั่วประเทศง่ายขึ้น ซึ่งความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายดังกล่าว 

“ทุกวันนี้ถ้าธนาคารมีเครื่องมือและเทคโนโลยีจำนวนมาก เราต้องการใช้โอกาสนี้ที่จะช่วยกันพัฒนาร้านถูกดีฯ เพื่อทำให้ทั้งเจ้าของร้านได้มีธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็ได้จับจ่ายใช้สอย ได้ใช้บริการการเงินที่ง่าย สะดวก โดยเราคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี ในการทำให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศ” นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเสริม

เจ้าของร้านโชห่วยที่สนใจอยากเปิดร้าน ถูกดี มีมาตรฐาน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ได้แล้ววันนี้ ทาง https://bit.ly/3NYC8IZ